การดูแลผิวแห้งแตกในผู้สูงอายุ



ผิวแห้งแตกสามารถเป็นปัจจัยหนึ่งที่ก่อให้เกิดการอักเสบของผิวหนัง และหากเกิดการดูแลที่ดีอาจก่อให้เกิดแผลขึ้นผิวหนังซึ่งนอกจากจะสร้างความเจ็บปวดเเล้วยังสามารถเกิดการติดเชื้อได้หากขาดการดูแลที่ดี  ดังนั้นหากผิวหนังรู้สึกแห้งแตกและลอกเป็นขุย คุณควรรีบหาวิธีเยียวยารักษาเพื่อป้องกันไม่ให้ผิวแตกและมีอาการผิวหนังแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมา

สาเหตุของผิวแห้งแตกในผู้สูงอายุ

อาการผิวแห้งแตกนั้นสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย แต่ปัจัยสำคัญๆ ที่ทำให้ผิวแห้งแตกนั้นเกิดจากสาเหตุต่างๆ ทางด้านล่างนี้
- อากาศที่หนาวเย็นและแห้ง
-  การอาบน้ำมีที่อุณหภูมิร้อนเกินไปด้วยสบู่ที่ผสมน้ำหอมหรือแอลกอฮอล์​
-  การที่ต้องอยู่ในห้องแอร์เป็นเวลานาน
-  แสงแดด
-  บุหรี่หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น

วิธีดูแลผิวแห้งกร้านในผู้สูงอายุ

-  หลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดดแรง เพราะแสงแดดคือสาเหตุทำคัญที่ทำให้ผิวแห้งกร้านเพราะจะทำให้น้ำที่หล่อเลี้ยงภายใต้ผิวหนังนั้นระเหยออก ทำให้ความชุ่มชื่นใต้ผิวหนังลดลง ทั้งนี้แสงแดดยังสามารถก่อให้เกิดอาการผิวไหม้แดดซึ่งสามารถทำให้รู้สึกแสบร้อนและทำให้ผิวที่แห้งลอกเป็นขุยได้ ดังนั้นหากคุณต้องการทำกิจกรรมกล้างแจ้ง คุณควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 และ PA++ ขึ้นไป ทั้งนี้ครีมกันแดดควรทาก่อนออกจากบ้านอย่างน้อยเป็นเวลาประมาณ 20-30 นาที เพื่อให้เนื้อครีมซึมลงสู่ทุกชั้นผิวและทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันรังสีอัลตร้าไวโอเล็ตจากแสงแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ดีหากผิวต้องเผชิญกับปัญหาผิวไหม้แดดที่ทำให้ผิวแห้งแตก คลิกที่นี่เพื่อการดูแลผิวไหม้แดดที่ปลอดภัยและวิธีทำให้ผิวขาวจากสีผิวที่คล้ำเสีย

-  เลือกใช้สบู่ที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์และน้ำหอม เพราะส่วนประกอบเหล่านี้สามารถทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองและสามารถทำให้ผิวแห้งขึ้นเรื่อยๆ อีกสาเหตุนึงคือการใช้สบู่ถูตัวเกินความจำเป็น เพราะสบู่สามารถชำระล้างไขมันและน้ำมันธรรมชาติบนผิวออกไปทำให้ผิวแห้งกร้านหลังอาบน้ำเสร็จ ดังนั้น ควรเลือกสบู่ที่สกัดจากธรรมชาติที่อ่อนโยนต่อผิวหรือสบู่ที่ผสมโลชั่นและปราศจากแอลกอฮอล์หรือน้ำหอม

-  หลีกเลี่ยงการอาบน้ำที่มีอุณหภูมิร้อนเกินไปหรือาบน้ำอุ่นเป็นเวลานาน เพราะเดียวกันน้ำที่ร้อนเกินไปจะชำระล้างไขมันและน้ำมันธรรมชาติบนผิว ผิวจะรู้สึกตึงและแห้งกร้าน ดังนั้นวิธีนี้สามารถแก้ได้ไม่ยากเพียงแค่คุณ การอาบน้ำด้วยอุณหภูมิที่พอเหมาะด้วยน้ำที่ไม่เย็นจนเกินไปจะสามารถช่วยรักษาน้ำมันและไขมันหล่อเลี้ยงผิวไม่ให้หลุดออก หลังจากอาบเสร็จควรซับตัวให้พอหมาดแล้วบำรุงผิวด้วยโลชั่นบำรุงสูตรอ่อนโยนผิวทันทีเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิว

-  การรับประทานยาบางตัวก็สามารถทำให้ผิวแห้งกร้านได้เช่นกัน เช่น ยาควบคุมความดัน หรือยาที่มีส่วนผสมของ เรตินอยด์ เป็นต้น หากคุณสังเกตุว่าผิวแห้งขึ้นหลังจากการรับประทานยาคุณควรปรึกษาแฟทย์ผู้จ่ายยาเพื่อปรับเปลี่ยนอัตราการให้ยา หรือเปลี่ยนชนิดยาเป็นตัวอื่น ควรดื่มน้ำมากๆ หลังจากการรับประทานยาที่สามารถทำให้ผิวแห้งเพราะเนื่องจากจะทำให้ผิวแห้งแตกแล้วยังสามารถทำให้คอแห้งและปากแห้งได้อีกด้วย

-  เลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะสมกับสภาพผิวของคุณเช่น ผู้ที่มีผิวแห้งควรเลือกใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ที่เป็นเนื้อครีมและมีความเข้มข้นหรืออาจในรูปแบบน้ำมันทาผิว ส่วนผู้ที่มผิวมัน ควรเลือกมอยเจอร์ไรเซอร์ที่มีเนื้อครีมบางเบาและมีน้ำเป็นส่วนประกอบเป็นส่วนใหญ่เช่น มอยเจอร์ไรเซอร์ในรูปแบบของโลชั่นหรือเซรั่ม เป็นต้น

ทั้งนี้ คุณควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายได้พักและผ่อนคลายจากมลภาวะต่างๆ ควบคู่ไปกับวิธีการดูแลผิวแห้งแตกที่ได้แนะนำไปข้างต้น

ร่วมนำเสนอบทความโดย

 


บทความที่เกี่ยวข้อง

4 กิจกรรมคลายเหงา ให้กับผู้สูงอายุ

ผู้สูงอายุ เป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งโดยส่วนมากแล้ว เป็นการเปลี

ผู้สูงอายุเที่ยวเพลินใจไปกับทริปครอบครัว

ใช้เวลาไปกับการทำงานมาทั้งสัปดาห์หรือทั้งเดือนแล้ว วันหยุดพักผ่อนประจำสัปดาห์หรือประจำเดือนทั้งที น่

อาหารสุขภาพ เพื่อสุขภาพที่ดี ชีวียืนยาว

ในปัจจุบัน ผู้คนหันมาใส่ใจเรื่องของสุขภาพกันมากขึ้น เนื่องจากอาหารที่ดี ช่วยเสริมส

ทำอย่างไร ไม่ให้ลืมทานยา

ยา นับว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวต่างๆ ซึ่

ออกกำลังกายอย่างไร ให้หัวใจแข็งแรง

การออกกำลังกาย เป็นการดูแลสุขภาพพื้นฐานของคนเรา ที่ควรทำเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ เป็

วิธีการพัฒนาสมองของผู้สูงอายุ

ในวัยสูงอายุมักมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องความจำ และระบบประสาท ซึ่งมีผลต่อการได้ยิน และกา