
ผู้สูงอายุหลายท่าน มักตรวจพบว่าตนเองมีโรคประจำตัว และมีอาการของโรคเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง หนึ่งในนั้นคืออาการเจ็บหน้าอกเฉียบพลัน
ภาวะเจ็บแน่นหน้าอกเฉียบพลัน เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้
- เกิดจากโรคที่เกิดจากระบบทางเดินหายใจ ทางเดินอาหาร
- เกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจ หรือหลอดเลือดตีบ
- เกิดจากภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดจากหลอดเลือดหัวใจตับ
แม้จะเกิดจากสาเหตุใดก็ตาม หากขาดความเข้าใจในการรักษาก็อาจทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิตได้เช่นกัน ดังนั้น เราจึงควรเรียนรู้จักการรักษาผู้ป่วยเมื่อมีอาการเจ็บหน้าอกเฉียบพลัน
สัญญาณอันตรายจากภาวะหัวใจขาดเลือด
มักมีสัญญาณดังนี้คือ เจ็บแน่นหน้าอกระหว่างราวนม ลิ้นปี่ คล้ายมีอะไรบีบรัด หรือกดทับ อาจร้าวไปที่คอ กราม แขนซ้ายด้านใน และมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย คือ เหงื่อออก ตัวเย็น เวียนศีรษะ หน้ามืด เหนื่อยหอบ นอนราบไม่ได้ ใจสั่น เป็นต้น
โอกาสในการเกิดภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบตัน
ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรค คือผู้ชายอายุ 40 ปีขึ้นไป และผู้หญิงที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไป ซึ่งมีโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง สูบบุหรี่ เครียด ขาดการออกกำลังกาย กรรมพันธุ์ร่วมด้วย
การรักษาอาการเจ็บแน่นหน้าอกเฉียบพลัน
- รีบพาส่งโรงพยาบาล หรือติดต่อรถของโรงพยาบาลมารับให้เร็วที่สุด
- ให้ยาละลายลิ่มเลือด ภายใน 30 นาที หลังผู้ป่วยมาถึงโรงพยาบาล
- การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูน ภายใน 90 นาที หลังผู้ป่วยมาถึงโรงพยาบาล
- การผ่าตัดหลอดเลือดหัวใจ
การรักษาโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน และการเจ็บแน่นหน้าอกเฉียบพลัน ญาติและคนใกล้ชิดควรหมั่นสังเกตอาการว่าอยู่ในภาวะหัวใจขาดเลือดหรือไม่ และรีบพาส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด ก็จะช่วยป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นถึงขั้นเสียชีวิตได้
สมองเสื่อมเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุโดยจำนวนอายุที่เพิ่มมากขึ้นจะเพิ่มความ
ในวัยสูงอายุ ภูมิคุ้มกันจะลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด จึงอาจเกิดโรคต่างๆ ขึ้นได้ แม้ว่
อาการเวียนศีรษะ เป็นอาการที่เกิดกับผู้สูงอายุได้บ่อยๆ แม้จะไม่ได้สร้างความเจ็บปวด แต่ก็ส่งผลต่อการดำเ
เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ ดูเหมือนว่าร่างกายในส่วนต่างๆ หรือการทำงานของระบบร่างกาย ก็เร
เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น อะไรๆ ก็ดูจะด้อยลงทุกอย่าง ทั้งสิ่งภายนอกที่มองเห็นได้อย่างช
ผู้สูงอายุมักมีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกและข้อ โดยเฉพาะสตรีในวัยทอง ที่มักมีปัญหากระดู