การให้อาหารทางสายยาง สำหรับผู้สูงอายุที่ไม่สามารถทานเองได้



ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ มักมีโรคประจำตัว หรือเจ็บป่วยด้วยอาการต่างๆ อยู่บ่อยครั้ง เมื่อถึงคราวที่ไม่สามารถทานอาหารเองได้ หรือไม่ได้สติ ย่อมต้องให้การช่วยเหลือด้วยการให้อาหารทางสายยาง

การให้อาหารทางสายยาง คือการให้อาหารเข้าสู่ระบบทางเดินอาหารโดยผ่านสายยาง ในผู้ป่วยที่ไม่สามารถทานอาหารทางปากได้ แต่ระบบทางเดินอาหารยังคงสามารถย่อยและดูดซึมอาหารได้

ส่วนใหญ่การให้อาหารทางสายยาง จะให้วันละ 4-6 ครั้ง ตามมื้ออาหาร โดยแบ่งเป็นอาหาร 3-4 มื้อ และน้ำเปล่า หรือน้ำหวาน 1-2 มื้อ เพื่อให้ร่างกายได้รับน้ำเพียงพอ

วิธีการให้อาหารทางสายยาง
- ทดสอบดูดสิ่งตกค้างในกระเพาะอาหาร หากได้ แสดงว่าปลายสายอยู่ในกระเพาะอาหารแล้ว
- เมื่อพร้อมแล้ว ให้ล้างมือให้สะอาดอีกครั้ง และเตรียมอุปกรณ์ในการให้อาหารเหลว และ อาหารเหลวตามแผนการรักษา
- บอกให้ผู้ป่วยทราบและกั้นม่าน
- จัดให้ผู้ป่วยนอนหงายศีรษะสูงหรือท่านั่ง ถ้าผู้ป่วยนอนหงายไม่ได้ให้นอนตะแคงขวาศีรษะสูงอย่างน้อง 30 องศาและสูงได้ถึง 45 หรือ 60 องศา
- เปิกจุกที่ปิดรูเปิดสายให้อาหารและเช็ดรูเปิดด้านนอกของสายให้อาหารด้วยสำลีชุบน้ำต้มสุก
- สวมปลายกระบอกให้อาหารเข้ากับรูเปิดของสายให้อาหารแน่น แล้วดูดว่ามีอาหารเหลวมื้อก่อนเหลือค้างอยู่ในกระเพาะอาหารหรือไม่
- ถ้าดูดไม่ได้อาหารเหลว ให้ตรวจสอบเพื่อยืนยันว่าสายให้อาหารยังคงอยู่ในกระเพาะอาหาร
- ถ้าดูดได้อาหารมื้อก่อนเหลือมากกว่า 1/4 ให้เลื่อนเวลาอาหารเหลวมื้อนั้นออกไปอีก 1 ชั่วโมง และถ้าหลังจาก 1 ชั่วโมงไปแล้ว อาหารในกระเพาะยังไม่ลดลงให้รายงานแพทย์ทราบเพื่อวางแผนการรักษาต่อ
- หากไม่มีปัญหาให้พับสายให้อาหาร ปลดกระบอกให้อาหารออกจากสายให้อาหาร
- เช็ดรูเปิดและด้านนอกของสายให้อาหารอีกครั้งด้วยสำลีชุบน้ำต้มสุก หรือ สำลีแอลกอฮอล์ 70%
- ใช้จุกปิดรูเปิดสายให้อาหาร
- จัดให้ผู้ป่วยนอนในท่าตะแคงขวาศีรษะสูง 45 องศา หรือท่านอนหงายอีก 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง
- บันทึกปริมาณอาหารเหลวและน้ำที่ผู้ป่วยได้รับปริมารอาหารที่เหลือค้าง (ถ้ามี) พร้อมกับสภาวะแทรกซ้อน
- เก็บอุปกรณ์เครื่องใช้ไปทำความสะอาด

ผู้สูงอายุที่ต้องให้อาหารทางสายยางส่วนใหญ่ ซึ่งยังรู้สึกตัว อาจกลัวและกังวลในการให้อาหารทางสายยาง แต่ขั้นตอนที่มากมายเหล่านี้ เป็นเครื่องยืนยันอย่างดีว่าคุณจะปลอดภัย และได้รับการรักษาอย่างดีที่สุด จึงไม่ควรกังวลกับการให้อาหารทางสายยาง


บทความที่เกี่ยวข้อง

ผู้สูงอายุ นึกอะไรอยู่

การดูแลผู้สูงอายุไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะผู้สูงอายุมักจะมีอารมณ์แปร

จัดหน้าที่ให้ญาติผู้ใหญ่ ได้มีส่วนรับผิดชอบในบ้าน

ความรู้สึกที่ผู้สูงอายุมักคิดอยู่ในใจเสมอ คือตนเป็นคนที่ไร้ค่าในบ้าน นอกจากจะไม่สามารถทำงาน ดูแลตนเอง

ความเปลี่ยนแปลงด้านร่างกาย และการเตรียมพร้อมในแต่ละช่วงของวัยสูงอายุ

ในแต่ละช่วงอายุของคนเรา ย่อมมีความเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ แม้จะดูว่าภายนอกไม่ค่อยเปล

รู้จักและรักษา สร้างชีวาให้มีสุข

ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ มักมีปัญหาสุขภาพร่างกาย และสุขภาพจิตใจควบคู่กันไป เนื่องด้วยปัจ

วันสำคัญ 13-14 เมษายน วันผู้สูงอายุและวันครอบครัว

วันผู้สูงอายุ ตรงกับวันที่ 13 เมษายน ของทุกปี และ วันครอบครัว ตรงกับวันที

3 กิจกรรมดีๆ ช่วยย้อนวัยให้ผู้สูงอายุ รู้สึกเป็นหนุ่มสาวอีกครั้ง

ผู้สูงอายุ มักมีปัญหาทางด้านอารมณ์ที่แปรปรวน และหงุดหงิดง่าย รวมถึงมีอาการซึมเศร้า