
ถ้าพูดถึงการตรวจโรค การตรวจปัสสาวะ เป็นวิธีการตรวจโรคที่มีประโยชน์มากที่สุดวิธีหนึ่ง ช่วยให้รู้โรคเกี่ยวกับอวัยวะในระบบทางเดินปัสสาวะเบื้องต้น และยังวินิจฉัยโรคอื่นๆ ได้อีก เช่น เบาหวาน สารเสพติด และภาวะตั้งครรภ์
ลักษณะของปัสสาวะ
- เป็นภาวะปลอดเชื้อ แต่เมื่อขับออกจากร่างกายโดยสัมผัสสารคัดหลั่ง เยื่อเมือกของอวัยวะเพศ หรือบริเวณก้นแล้ว จะเกิดการปนเปื้อนได้
- ปริมาณปัสสาวะต่อวันจะขึ้นอยู่กับการดื่มน้ำ สภาพอากาศ การทานอาหาร การออกกำลังกาย อาชีพ กิจวัตรประจำวัน สุขภาพ และโรคประจำตัว ซึ่งโดยปกติจะอยู่ที่ประมาณ 1-2 ลิตร
- ส่วนประกอบหลักของปัสสาวะคือน้ำถึง 95 % นอกจากนั้นเป็นสารประกอบอินทรีย์ที่เป็นสายปลายทางของโปรตีน ที่เรียกว่า ยูเรีย เกลือแร่ สารครีอะตินีน และสารเคมีต่างๆ อีกมากมาย
- หากเป็นเบาหวาน จะตรวจพบน้ำตาลในปัสสาวะ ซึ่งปกติจะไม่มี
- ปัสสาวะปกติจะไม่มีโปรตีน และไม่มีเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเซลล์หรือเนื้อเยื่อต่างๆ
- ปัสสาวะปกติจะใส ไม่ขุ่น หากขุ่นจะมีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
- สีปกติของปัสสาวะจะเป็นสีเหลืองอ่อน และอาจเข้มขึ้นหากดื่มน้ำน้อย และไม่มีกลิ่นหรือกลิ่นแอมโมเนียจางๆ
การดื่มปัสสาวะ
เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันมายาวนานว่าการดื่มปัสสาวะ เป็นการรักษาโรคได้หรือไม่ ปกติแล้ว ปัสสาวะใช้ดื่มได้ แต่ต้องคำนึงถึงความสะอาด และการปนเปื้อนต่างๆ ซึ่งปัสสาวะของบางคนจะมีสารภูมิคุ้มกันต้านทานโรค ทำให้มีความเชื่อในบางกลุ่มว่าสามารถรักษาโรคได้ แต่ในทางการแพทย์แผนปัจจุบัน ไม่พบว่าการใช้ปัสสาวะสามารถรักษาโรคให้หายได้
ประโยชน์ของการตรวจปัสสาวะ
การตรวจปัสสาวะ สามารถใช้เป็นการตรวจเพื่อคัดกรอง วินิจฉัย และติดตามผลการรักษาโรคได้ การตรวจปัสสาวะไม่มีโทษ และตรวจซ้ำได้เสมอ ค่าใช้จ่ายต่ำ และตรวจได้ง่าย ได้ผลที่รวดเร็ว การตรวจปัสสาวะจึงเป็นการตรวจสุขภาพพื้นฐานที่ดีที่สุดวิธีหนึ่ง
แม้ว่าคุณจะเป็นผู้สูงอายุที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรงใดๆ แต่ก็สามารถตรวจหาความผิดปกติต่างๆ จากการตรวจปัสสาวะได้เช่นกัน ซึ่งช่วยให้พบความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น และนำไปสู่โรคร้ายต่อไปได้
หากญาติผู้ใหญ่ของคุณตรวจพบว่าเป็นเนื้อสมองตายเหตุขาดเลือด คุณคงตกใจมาก และคิดไปต่
การเปลี่ยนแปลงในช่วงสูงวัย เป็นการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ด้อยลง ทั้งการเปลี่ยนแปลงภายน
โรคกระดูกสันหลังเสื่อม ทำให้หลังคดโก่ง กระดูกเลื่อน ปวดหลัง ปวดคอ ซึ
ระบบในร่างกายของคนเรานั้นมีด้วยกันมากมายหลายระบบ แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงสูงอายุ ระบบต
ในวัยสูงอายุนั้น การกินอาหารมักด้อยประสิทธิภาพลง เนื่องจากปัจจัยในหลายๆ ด้าน ทั้งเรื่
เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น มักมีโรคภัยต่างๆ ถามหาอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะทำ