
เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นทุกวัน กระดูก ย่อมผุกร่อน และบางลงไปตามกาลเวลา ในวัยสูงอายุ จึงไม่แปลกที่จะพบว่ากระดูกพรุนได้
ปัญหากระดูกพรุน ส่งผลต่อสรีระของผู้สูงอายุ และสุขภาพร่างกาย เพราะอาจทำให้หลังค่อม กระดูกเปราะหักง่าย และเจ็บปวดตามข้อกระดูกต่างๆ
กฎ 5 ข้อ ในการดูแลตนเอง และป้องกันกระดูกพรุน มีดังนี้
หลีกเลี่ยงยาบางประเภท
ยาบางประเภท นำไปสู่การลดความหนาแน่นของกระดูก เช่น คอร์ติโซนยาแก้โรคหืดยาเฮปาริน การรักษาโดยการฉายรังสี หรือการให้สารเคมี เป็นต้น
เพิ่มแคลเซียมให้ร่างกาย
ด้วยการหมั่นทานนมเสริมแคลเซียมนมพร่องมันเนย ทานปลาตัวเล็กตัวน้อย ปลากระป๋อง ผลไม้ เป็นต้น ซึ่งการทานแคลเซียมนี้ ควรเสริมสร้างมาตั้งแต่เด็ก และตลอดชีวิตเพื่อกระดูกที่แข็งแรงนอกจากนี้ ยังควรได้รับวิตามินดีอย่างเพียงพอ เพราะในวิตามินดีมีความจำเป็นในการดูดซึมแคลเซียมไปใช้ อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอ
หมั่นออกกำลังกาย
การออกกำลังกาย ควรออกสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วงที่มีแสงแดดอ่อนๆ การไม่เคลื่อนไหวหรือออกกำลังกาย เมื่อวัยชราโรคกระดูดพรุนเกิดขึ้นรุนแรง ถ้าขาดการออกกำลังกาย และการสูญเสียความแข็งแรงของกระดูก มักเกิดขึ้นในช่วงที่ไม่ได้เคลื่อนไหว เช่น ในขณะนั่งรถเข็น หรือนอนพักฟื้น ดังนั้น เมื่อมีอาการเจ็บป่วย จึงควรรีบทำกายภาพบำบัด หรือเคลื่อนไหวร่างกายให้ได้มากที่สุด
งดความเสื่อม
งดการสูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลม สิ่งเหล่านี้จะลดประสิทธิภาพการดูดซึมแคลเซียมในร่างกาย ทำให้กระดูกเสื่อมและหดลงเร็ว
ดูแลตนเองเป็นสองเท่า
เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ ควรดูแลตนเองเป็นสองเท่า แม้ว่ากระดูกพรุน อาจเกิดได้จากกรรมพันธุ์ โดยมีโอกาสเป็นสูงถึง 80% และในวัยหมดประจำเดือน ประสิทธิภาพในการดูดซึมแคลเซียมในร่างกายจะลดลง เป็นสาเหตุให้เกิดโรคกระดูกพรุนเพิ่มขึ้นแต่การรับประทานอาหารที่ดี และหมั่นออกกำลังกาย ก็ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนได้มาก
หากอยากกระดูกแข็งแรง ไม่กระดูกพรุน กระดูกบางเร็ว ก็อย่าลืมดูแลตนเองเป็นอย่างดีนะคะ จะได้มีสุขภาพดี อายุยืนยาว
เมื่อก้าวเข้าสู่ช่วงวัยสูงอายุ โรคภัยต่างๆ ก็มักจะเข้ามารุมเร้า และเกิดอาการเจ็บป่
โรคลำไส้แปรปรวน เป็นโรคที่พบได้ในผู้ใหญ่มากกว่าวัยหนุ่มสาว เกิดจากการทำงานผิดปกติของ
อาการเจ็บหน้าอก เกิดจากเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่เพียงพอ ซึ่งพบในผู้ชาย
ปัญหาการได้ยินในผู้สูงอายุ เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยเป็นอันดับ 3 ของโรคเรื้อรังต่าง