
หากพูดถึงโรคพาร์กินสัน เราคงนึกถึงโรคหนึ่ง ที่ผู้ป่วยจะมีอาการสั่นในขณะที่อยู่เฉยๆ แต่ไม่ทราบว่ามีความรุนแรงเพียงใด
โรคพาร์กินสัน เกิดจากความผิดปกติของระบบประสาท เนื่องจากขาดสารโดปามีนในสมอง พบได้บ่อยในผู้สูงอายุทั้งเพศชาย และหญิง เกิดจากการเสื่อมและตายของเซลล์สมองในตำแหน่งที่สร้างสารโดปามีน จนไม่สามารถสร้างสารโดปามีนได้เพียงพอ ซึ่งสารโดปามิน มีความสำคัญต่อการควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย
อาการของโรค
ผู้ที่ป่วยเป็นโรคพาร์กินสันจะมีอาการดังนี้
- สั่นในขณะที่อยู่เฉยๆ เกิดขึ้นที่มือหรือเท้าซีกใดซีกหนึ่ง หรือเป็นได้ทั้งสองซีก
- เคลื่อนไหวช้าลง เดินช้าลง แขนไม่แกว่ง
- พูดเสียงเบา
- แขนขาและลำตัวแข็งตึง ทำให้เคลื่อนไหวลำบาก
- ปวดตามกล้ามเนื้อ
- ซึมเศร้า สีหน้าเฉยเมย ไม่แสดงอารมณ์
- นอนไม่หลับ
- น้ำลายไหลบ่อย ไม่สามารถควบคุมได้
- ทรงตัวไม่ดี หลังค่อม แขนงอ หกล้มง่าย นั่งตัวเอียง
การรักษา
ในปัจจุบัน ยังไม่มีวิธีการรักษาโรคพาร์กินสันให้หายขาดได้ เนื่องจากไม่สามารถหยุดยั้งความเสียหายที่เกิดกับเซลล์สมอง การรักษาจึงเป็นเพียงการบำบัดเพื่อรักษาและควบคุมชะลออาการของโรคไม่ให้เลวลงอย่างรวดเร็วเท่านั้น
เมื่อมีการวินิจฉัยว่าผู้สูงอายุเป็นโรคพาร์กินสัน แพทย์จะวางแผนการรักษาและติดตามอาการ รวมถึงประเมินผลการรักษาเป็นระยะๆ แตกต่างกันไปในแต่ละราย
การให้ยาในผู้ป่วยหนึ่งราย จะให้ยามากกว่าหนึ่งขนาน และเป็นการระงับยับยั้งอาการสั่น การเคลื่อนไหวผิดปกติและปรับความสมดุลของร่างกาย
แม้ว่าโรคพาร์กินสันจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่การออกกำลังกาย และทานอาหารที่มีประโยชน์ รวมถึงปฎิบัติตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดก็ช่วยชะลออาการของโรคได้อย่างดี
ในวัยสูงอายุ ภูมิคุ้มกันจะลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด จึงอาจเกิดโรคต่างๆ ขึ้นได้ แม้ว่
ต้อหิน แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ต้อหินเฉียบพลัน และต้อหินเรื้อรัง ต้อหินเรื
ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ มีปัญหาในการกิน การย่อยอาหาร และระบบขับถ่าย ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อส
สุขภาพจิตในผู้สูงอายุ มีความเสื่อมถอยสัมพันธ์กันกับสุขภาพร่างกาย เนื่องจากสภาพร่า
โรคกระดูกและข้อที่มักพบในผู้สูงอายุ คือ โรคข้อเสื่อม โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคเก
เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ร่างกายจะสูญเสียความชุมชื้นได้ง่าย ทำให้ผิวแห้ง