ต้อกระจก และต้อหิน สองโรคนี้ต่างกันอย่างไร?



โรคทางตาที่เรามักพบในผู้สูงอายุ ซึ่งตัวผู้สูงอายุเองก็กลัวที่จะเป็น เพราะอาจส่งผลต่อการมองเห็น ไปจนถึงขั้นตาบอดได้ นั่นคือ โรคต้อกระจก และต้อหิน

1. ต้อกระจก
ต้อกระจก เป็นภาวะที่เลนส์ตาเกิดการขุ่น ทำให้แสงผ่านเข้าตาได้น้อยลง การมองเห็นจึงไม่ชัดตามไปด้วย ซึ่งส่วนมากเกิดจากปัจจัยทางด้านอายุ และอาจมีปัจจัยเสี่ยงอื่น เช่น เป็นโรคเบาหวาน

อาการของต้อกระจก
อาการของโรค ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค และขึ้นอยู่กับว่าเลนส์ตาขุ่นมากน้อยเพียงใด ซึ่งอาการที่พบ เช่น มองเห็นสีต่างๆ ดูทึมๆ ไม่สดใส มองเห็นไม่ชัดเหมือนที่เคย แม้ในที่ที่มีแสงเท่าเดิมมองเห็นภาพซ้อนสู้แสงไม่ได้ หรือมองไม่เห็นเมื่อมีแสงจ้าขับรถแล้วมองแสงไฟสะท้อนจากรถฝั่งตรงข้ามไม่ได้

การรักษา
ทำได้โดยการสลายต้อกระจกด้วยอัลตราซาวนด์แล้วใส่เลนส์แก้วตาเทียมเข้าไปแทน ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ต้องเย็บแผล จึงฟื้นตัวได้เร็ว แต่ในบางรายก็ต้องทำการผ่าตัดแบบที่ต้องเปิดแผลใหญ่ ซึ่งได้ผลดีเช่นกัน แต้ต้องใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่าเท่านั้นเอง

2. ต้อหิน
ต้อหินเกิดจากการถูกทำลายของเส้นประสาทตา ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากความดันในลูกตาสูง เป็นโรคที่มีความรุนแรง และทำให้ตาบอดได้อย่างช้าๆ

ปัจจัยในการเกิดโรคต้อหิน เกิดจากกรรมพันธุ์ ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ใช้ยาประเภทสเตียรอยด์ต่อเนื่องกัน เป็นต้น

อาการของโรคต้อหิน
โรคนี้มักเป็นไปอย่างช้าๆ ผู้ที่เป็นจึงไม่ทราบว่าตนเองเป็น เริ่มจากการมองเห็นที่ลดลง จนบอดสนิทในผู้ที่เป็นระยะสุดท้าย บางรายอาจมีอาการปวดตาเล็กน้อย ซึ่งเมื่อทานยาแก้ปวดก็หาย จึงไม่คิดว่าเป็นอะไร และในบางรายอาจมีความดันลูกตาสูงเฉียบพลัน ทำให้ปวดศีรษะรุนแรง ตาแดง อาเจียน มองเห็นไฟเป็นดวงๆ กระจัดกระจาย เป็นต้น

การรักษา
การรักษาต้อหิน ทำได้ด้วยการหยอดตาเพื่อรักษาความสมดุลของความดันตา ทำเลเซอร์ หรือผ่าตัด ซึ่งขึ้นอยู่กับการรักษาของแพทย์ แต่เป็นการรักษาเพื่อคงสภาพเท่านั้น

หากเกิดความผิดปกติขึ้นกับตา แม้ว่าจะไม่ร้ายแรงถึงขั้นเป็นต้อกระจก หรือต้อหิน แต่ก็ย่อมส่งผลต่อการใช้ชีวิตให้ยากลำบากขึ้นอย่างแน่นอน ดังนั้น ควรใส่ใจความผิดปกติที่เกิดขึ้น และหมั่นพบจักษุแพทย์เป็นประจำจะดีที่สุด


บทความที่เกี่ยวข้อง

โรคข้อรูมาตอยด์ฝันร้ายในวัยสูงอายุ

โรคข้อรูมาตอยด์ แม้จะยังไม่ทราบถึงสาเหตุที่แน่ชัด แต่ก็พบได้ในผู้ที่มีญาติสายตรงเ

ดูแลตัวเอง เมื่อเป็นโรคตาแห้ง

ผู้สูงอายุ มักมีอาการต่างๆ ในทางที่ไม่ดี หรือเจ็บป่วยได้บ่อย เนื่องจากสภาพร่างกายที่เสื่อมถอย และการทำ

แผนดูแลสุขภาพในแต่ละช่วงวัยของผู้สูงอายุ

หากพูดว่าผู้สูงอายุ ที่จริงแล้ว ก็คือผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป ซึ่งในช่วงวัยสูงอ

สุขอนามัยพื้นฐาน 9 ข้อ ในการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ

แม้ว่าผู้สูงอายุ จะอยู่ในวัยที่ต้องได้รับการดูแลจากลูกหลาน เนื่องจากมีความจำกัดทา

อาการที่บ่งบอกว่าขาดสารอาหาร และวิธีการแก้ไข

ในวัยสูงอายุนั้น การกินอาหารมักด้อยประสิทธิภาพลง เนื่องจากปัจจัยในหลายๆ ด้าน ทั้งเรื่

โรคลำไส้แปรปรวน รู้ทันโรคเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี

โรคลำไส้แปรปรวน เป็นโรคที่พบได้ในผู้ใหญ่มากกว่าวัยหนุ่มสาว เกิดจากการทำงานผิดปกติของ