
อาการนอนไม่หลับในผู้สูงอายุ เกิดขึ้นอาการทางสมอง ซึ่งญาติไม่ควรปล่อยปะละเลยกับอาการนอนไม่หลับของญาติผู้ใหญ่ หรือซื้อยานอนหลับให้ทาน แต่ควรพาไปพบแพทย์
อาการนอนไม่หลับพบในผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป ซึ่งอาการนอนไม่หลับนี้เป็นอาการที่อาจนำไปสู่โรคทางสมองอื่นๆ ได้ จึงควรได้รับการพบแพทย์เพื่อตรวจและหาทางแก้ไขรักษาต่อไป
สาเหตุของการนอนไม่หลับ
1. เกิดจากความเปลี่ยนแปลงของความชรา
เนื่องจากอวัยวะ และระบบในร่างกายเสื่อมถอยลง ส่งผลให้การนอนในตอนกลางคืนจะลดลง และใช้เวลาในการที่จะนอนหลับนานขึ้นหลังจากเข้านอน นอกจากนี้ยังมีช่วงในการหลับลึกน้อยลง และมักตื่นกลางดึกบ่อยๆ
2. เกิดจากโรคที่เป็นพยาธิสภาพซ่อนอยู่คือ
- จากยาที่กำลังใช้อยู่ เช่น ยาที่ออกฤทธิ์ในระบบประสาทส่วนกลางหรือสมอง
- โรคเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะ เช่น เบาหวาน ต่อมลูกหมากโต ไตวายเรื้อรัง เป็นต้น
- ความเจ็บปวด เช่น กระดูกและข้อเสื่อม เป็นต้น
- โรคสมองเสื่อม และภาวะจิตผิดปกติ ขี้หลงขี้ลืม ไปจนถึงการเกิดการอุดตันของเส้นเลือดในสมอง อาจมีหรือไม่มีอาการอัมพาตร่วมด้วย และเกิดอาการซึมเศร้า
- ผู้สูงอายุบางรายอาจหยุดหายใจชั่วคราว และเมื่อสมองกระตุ้นการหายใจอีกครั้งเพื่อให้ผู้สูงอายุตื่นขึ้น ผู้สูงอายุจึงอาจตื่นมาและไม่สามารถนอนหลับได้ต่อ
ข้อปฏิบัติสำหรับผู้สูงอายุที่นอนไม่หลับ
- หลีกเลี่ยงการนอนกลางวัน
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และกาเฟอีน โดยเฉพาะเวลาเย็น
- ไม่ดื่มน้ำในช่วง 4-5 ชั่วโมงก่อนเข้านอน
- ออกกำลังกายให้มากขึ้น และหากไม่ง่วงในเวลาที่ต้องนอนควรลุกไปหาอะไรทำดีกว่านอนอยู่ที่เตียง
- ทานมื้อเย็นเป็นเวลา โดยกำหนดเวลาที่ชัดเจน และเน้นโปรตีน
- จัดสภาพแวดล้อมการนอนที่ดี มืด เงียบสงบ และอากาศถ่ายเทได้สะดวก
หากคุณมีผู้สูงอายุที่มักนอนไม่หลับเป็นประจำ ไม่ควรหาซื้อยานอนหลับ หรือหายารับประทานเอง แต่ควรพาไปปรึกษาแพทย์จะดีที่สุดนะคะ เพราะอาจเป็นอาการที่บ่งบอกโรคทางสมองได้
สิ่งที่ดีต่อสุขภาพของคนเรา ไม่ว่าจะเพศใด หรืออายุเท่าใดนั้น คือการทานอาหารให้ครบ 5 หมู
เรามักพบเห็นว่าผู้สูงอายุ เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ มักมีอาการหลงลืมอยู่บ่อยๆ ซ
โรคอัลไซเมอร์ เป็นโรคทางสมองอย่างหนึ่ง ที่พบในผู้สูงอายุได้บ่อยไม่แพ้โรคอื่น แม้ว
โรคกระดูกพรุน เป็นโรคที่พบได้ในผู้สูงอายุทุกคน เกิดจากการทำงานของฮอร์โ
เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ร่างกายจะสูญเสียความชุมชื้นได้ง่าย ทำให้ผิวแห้ง