
การขับถ่าย เป็นสุขอนามัยพื้นฐานของมนุษย์ทุกคน และมีความจำเป็นในการดำรงชีวิต มนุษย์เราจึงควรขับถ่ายทุกวัน เพื่อสุขภาพที่ดี
ในช่วงวัยสูงอายุนั้น มักมีปัญหาในการขับถ่าย เพราะเกิดอาการท้องผูกบ่อยๆ เนื่องจากการทำงานของระบบย่อยอาหาร และระบบขับถ่ายที่ทำงานได้ด้อยลง
เมื่อท้องผูกบ่อยครั้ง จึงทำให้ผู้สูงอายุไม่สดชื่น รู้สึกแน่นท้อง อาจมีอาการปวดท้อง หรือเกิดความทรมานจากท้องผูกร่วมด้วย ส่งผลต่อสุขภาพ และจิตใจเป็นอย่างมาก
ระบบขับถ่ายของผู้สูงอายุ เป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจ เนื่องจากเป็นระบบที่เมื่อทำงานผิดพลาดแล้ว เห็นผลได้อย่างชัดเจน และส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ จึงควรดูแลตนเองในชีวิตประจำวันเพื่อป้องกันปัญหาท้องผูก
การดูแลตนเองที่ช่วยป้องกันอาการท้องผูก มีดังนี้
1. มีสุขภาพจิตที่ดี ไม่เครียด ไม่กังวล และไม่ยึดติดกับสิ่งใดมาก
2.ฝึกขับถ่ายอย่างเป็นเวลา และให้เวลาในการขับถ่ายอย่างเต็มที่
3.ทานอาหารที่มีใยอาหารสูงในทุกมื้อ
4. พยายามเคี้ยวอาหารอย่างช้าๆ
5. ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว
6.พยายามเคลื่อนไหวร่างกายเสมอ ไม่นั่งหรือนอนเป็นเวลานานๆ ควรหมั่นลุกเดิน หรือทำกิจกรรมต่างๆ ให้ร่างกายได้เคลื่อนไหว และอย่าลืมออกกำลังกาย
7.ไม่กลั้นอุจจาระจนเป็นนิสัย เมื่อรู้สึกปวด ควรรีบไปเข้าห้องน้ำทันที
8.หากมีอาการท้องผูก ควรไปปรึกษาแพทย์ และไม่ควรซื้อยาทานเอง หากจำเป็นต้องซื้อยาทานเอง ควรขอคำปรึกษาจากเภสัชกรก่อนซื้อยาเสมอ
ระบบขับถ่าย เป็นระบบที่มีความสำคัญต่อร่างกาย และส่งผลต่อคุณภาพชีวิต จึงควรดูแลให้ทำงานได้อย่างดีอยู่เสมอ เพราะหากผิดปกติไป ย่อมส่งผลต่อสุขภาพกาย และสุขภาพจิตได้ หากขับถ่ายได้เป็นปกติ ก็ย่อมจะแข็งแรง และมีอายุที่ยืนยาวแน่นอน
ปัญหาการได้ยินในผู้สูงอายุ เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยเป็นอันดับ 3 ของโรคเรื้อรังต่าง
เมื่อก้าวเข้าสู่ช่วงวัยสูงอายุ โรคภัยต่างๆ ก็มักจะเข้ามารุมเร้า และเกิดอาการเจ็บป่
ในวัยสูงอายุนั้น การกินอาหารมักด้อยประสิทธิภาพลง เนื่องจากปัจจัยในหลายๆ ด้าน ทั้งเรื่
เมื่ออยู่ในวัยสูงอายุ โดยเฉพาะเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เรามักพบว่าผู้สูงอ
กินผักผลไม้หลากสี ห่างไกลมะเร็งลำไส้ใหญ่ สำหรับผู้สูงอายุที่ใส่ใจสุขภาพ ลำไส้ของ
เมื่ออายุเข้าสู่เลข 5 เลข 6 ผู้สูงอายุมักจะเริ่มปล่อยปะละเลยตนเองในเรื่องอาหารการกิน เพราะไม่ห่วงเรื่อง