
ในวัยสูงอายุ การเคลื่อนไหวร่างกายทำได้ช้าลง และยากลำบากขึ้น การมองเห็นก็ไม่ชัดเจน ส่งผลให้อาจเกิดอุบัติเหตุ หรือหกล้มได้ง่าย เมื่อเกิดอุบัติเหตุต่างๆ หรือหกล้ม นอกจากเสี่ยงกระดูกหัก เป็นอัมพาตแล้ว ยังเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเลือดออกในสมองอีกด้วย
เลือดออกในสมอง แบ่งได้ 3 ส่วน คือ เลือดออกในเนื้อสมอง เลือดออกในโพรงน้ำในสมอง และเลือดออกส่วนอื่นๆ ของสมอง ซึ่งพบได้บ่อยที่สุด โดยเฉพาะภาวะเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นนอก
ปัจจัยเสี่ยง
- ผู้สูงอายุ
- ผู้ที่ทานยาละลายลิ่มเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด
- เป็นโรคตับ
- มีปัญหาเลือดออกง่าย
- ดื่มสุรา
- การกระทบกระเทือนศีรษะอย่างแรง
อาการของโรค
อาการของโรค แบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ
1. ระยะเฉียบพลัน ซึ่งทำให้เสียชีวิตได้ อาการ คือ ปวดศีรษะรุนแรง แขนขาอ่อนแรง อาเจียน หมดสติ โคม่า
2. ระยะเรื้อรัง มีอาการดังนี้ ปวดศีรษะเรื้อรัง อาเจียน หลงลืม เดินเซ พูดลำบาก แขนขาอ่อนแรง วิงเวียนศีรษะ ชัก หมดสติ โคม่า
ภาวะแทรกซ้อน
ภาวะแทรกซ้อนที่พบมีดังนี้ ชัก สมองบวม เลือดออกซ้ำใต้เยื่อหุ้มสมองหลังผ่าตัด ติดเชื้อในสมองจากแผลผ่าตัด ปวดศีรษะเรื้อรัง พิการตลอดไป โคม่า เสียชีวิต
การดูแลตนเอง และการป้องกัน
- เน้นการทำกายภาพบำบัดเป็นหลัก
- รักษาควบคุมโรคที่เป็นอยู่
- ระมัดระวังการทานยาต้านเกล็ดเลือด หรือยาละลายลิ่มเลือด
- ป้องกันการล้ม
- ไม่ดื่มแอลกอฮอล์
ภาวะเลือดออกในสมอง เป็นสิ่งที่ร้ายแรง อาจส่งผลถึงขั้นเสียชีวิตได้ บุตรหลานจึงควรดูแลผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด และจัดสถานที่ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกให้เหมาะสมกับผู้สูงอายุเพื่อป้องกันอุบัติเหตุด้วย
ในช่วงชีวิตที่ผ่านมา ตั้งแต่เรายังเป็นเด็ก มาจนถึงวัยหนุ่มสาว เป็นวัยที่ร่างกายเจร
เมื่ออายุมากขึ้น สิ่งที่เปลี่ยนไปตามช่วงวัยมักเปลี่ยนไปในทางที่ด้อยลง ทั้งสุขภาพ ร
การทานอาหารที่มีประโยชน์ เป็นการบำบัดร่างกายที่ดีทางหนึ่ง ช่วยเสริมสร้างให้ร่างกา
ผู้สูงอายุ เป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งโดยส่วนมากแล้ว เป็นการเปลี
ผู้สูงอายุ เป็นวัยที่ร่างกายเสื่อมสภาพลง ส่งผลให้เจ็บป่วยบ่อย และมีโรคประจำตัวได้ อ